การจัดการประสบการณ์พนักงาน (Employee Experience - EX) ได้รับความสนใจอย่างมากในปัจจุบันในฐานะปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างผลการดำเนินงานและวัฒนธรรมองค์กร ตอนนี้หลายบริษัทได้หันมาให้ความสำคัญกับการจัดการประสบการณ์โดยรวมของพนักงานตลอดช่วงเวลาที่ทำงาน มากกว่าแค่การให้สวัสดิการแบบเดิมๆ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการที่หลายบริษัทเริ่มจัดตั้ง ‘ทีม People (People Team)’ ซึ่งมีหน้าที่ดูแลสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ที่ใช้แบบสำรวจเป็นประจำเพื่อรับฟังเสียงที่แท้จริงของพนักงาน และนำข้อมูลเหล่านั้นมาปรับปรุงนโยบายบุคคลและสภาพแวดล้อมในการทำงาน แล้วการจัดการประสบการณ์พนักงานโดยใช้แบบสำรวจนั้นทำได้อย่างไร?
ทำไมการจัดการประสบการณ์พนักงานจึงสำคัญ?
การจัดการประสบการณ์พนักงานไม่ได้หมายถึงแค่การให้สวัสดิการอีกต่อไป แต่หมายถึงการทำความเข้าใจว่าพนักงานได้รับประสบการณ์อย่างไรและพึงพอใจมากน้อยแค่ไหนตลอดระยะเวลาตั้งแต่เข้าทำงานจนกระทั่งลาออก กระบวนการนี้มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มความพึงพอใจและความผูกพันต่องานของพนักงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผลตอบแทนที่เป็นวัตถุเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำได้ พนักงานที่ได้รับประสบการณ์ที่ดีจะได้รับแรงผลักดันจากผลตอบแทนและการดูแลเอาใจใส่ ทำให้พวกเขาสร้างผลงานที่ดีขึ้นและมีส่วนช่วยในการเติบโตของบริษัท แต่ในทางกลับกัน พนักงานที่สะสมประสบการณ์ที่ไม่ดีจะขาดความกระตือรือร้นและความต้องการในการทำงาน ทำให้อัตราการลาออกสูงขึ้น และท้ายที่สุดก็จะส่งผลกระทบในทางลบต่อองค์กร
ความจำเป็นของแบบสำรวจ: วิธีรับฟังเสียงที่แท้จริง
แบบสำรวจเป็นวิธีการที่มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับฝ่าย HR ในการรวบรวมและวิเคราะห์ความคิดเห็นของพนักงาน ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจความรู้สึกที่พนักงานมีต่อบริษัทได้อย่างเป็นรูปธรรม และนำไปสู่การปรับปรุงนโยบายบุคคลหรือวัฒนธรรมองค์กรได้ การใช้แบบสำรวจอย่างถูกวิธีจะช่วยเพิ่มความไว้วางใจระหว่างบริษัทกับพนักงาน และนำไปสู่การสร้างความรักในองค์กรได้ แล้วเราจะรับฟังเรื่องราวของพนักงานผ่านแบบสำรวจแบบไหนได้บ้าง?
อย่างแรกคือ การรวบรวมความคิดเห็นอย่างสม่ำเสมอ การรวบรวมความคิดเห็นของพนักงานเป็นประจำทุกเดือนหรือทุกไตรมาสจะช่วยให้สามารถนำความคิดเห็นของพวกเขามาปรับใช้ได้อย่างรวดเร็ว การรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่องไม่เพียงครั้งเดียวเป็นวิธีที่สำคัญและเป็นพื้นฐานที่สุด เพราะจะทำให้สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในประสบการณ์ของพนักงานโดยตรงและสามารถจัดการได้อย่างต่อเนื่อง
อย่างที่สองคือ แบบสำรวจที่ปรับให้เข้ากับแต่ละแผนก (หรือสายงาน) แม้ว่าแบบสำรวจที่ทำกับพนักงานทุกคนในบริษัทจะมีความจำเป็น แต่บางครั้งการปรับแบบสำรวจให้เข้ากับแต่ละแผนกหรือสายงานจะช่วยให้ได้ความคิดเห็นที่ละเอียดมากขึ้น ตัวอย่างเช่น สภาพแวดล้อมการทำงานของฝ่ายการตลาดและฝ่ายพัฒนาอาจแตกต่างกัน ดังนั้นการใช้คำถามที่เหมาะสมกับลักษณะของแต่ละแผนกจะช่วยให้ค้นพบจุดที่ต้องปรับปรุงที่แท้จริงได้ และเมื่อเทียบกับแบบสำรวจทั่วไป แบบสำรวจเฉพาะกลุ่มนี้จะช่วยเพิ่มอัตราการเข้าร่วมและความตั้งใจในการตอบของผู้ตอบ ซึ่งหากดำเนินการควบคู่กันไปจะยิ่งสร้างผลลัพธ์ที่ดีขึ้น
สุดท้ายคือ แบบสำรวจที่ไม่เปิดเผยตัวตน การสร้างสภาพแวดล้อมที่พนักงานสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน แม้ว่าการทำแบบสำรวจโดยระบุชื่ออาจช่วยให้ได้ความคิดเห็นที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น แต่การรับประกันว่าจะไม่เปิดเผยตัวตนจะเพิ่มโอกาสที่พนักงานจะให้ความคิดเห็นที่ตรงไปตรงมามากขึ้น ทำให้ได้รับฟีดแบ็กที่จริงใจกว่า อย่างไรก็ตาม ต้องคำนึงด้วยว่าอาจมีความคิดเห็นบางส่วนที่มีลักษณะเป็นการโจมตีฝ่ายเดียวหรือใส่ร้ายได้
เคล็ดลับการจัดการประสบการณ์พนักงานโดยใช้ Walla ต่อไปนี้คือฟังก์ชันของ Walla
ที่จะช่วยให้การทำแบบสำรวจเพื่อจัดการประสบการณ์พนักงานของคุณมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
Walla Analytics และการวิเคราะห์คำตอบปลายเปิดด้วย AI
Walla รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ และนำเสนอรายงานที่ฝ่าย HR สามารถตรวจสอบได้ทันที ไม่เพียงแต่จะแสดงผลข้อมูลความคิดเห็นจำนวนมากในรูปแบบของภาพที่เข้าใจง่าย แต่ยังบันทึกกระบวนการทั้งหมดตั้งแต่พนักงานเข้าถึงจนถึงส่งแบบสำรวจ เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกที่ซ่อนอยู่ นอกจากนี้ ฟังก์ชันการวิเคราะห์คำตอบปลายเปิดด้วย AI ยังให้การวิเคราะห์ที่ละเอียดและปรับให้เข้ากับรูปแบบของผู้ใช้โดยอิงตามความคล้ายคลึงกัน ซึ่งจะช่วยให้ผู้รับผิดชอบตัดสินใจได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ข้อคำถามแบบถ่ายภาพและวิดีโอ
คุณสามารถเพิ่มข้อคำถามที่ให้ผู้ตอบถ่ายภาพและวิดีโอส่งเข้ามาในแบบสำรวจได้โดยตรง ไม่ใช่แค่การแนบไฟล์ ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยให้สามารถถ่ายภาพส่วนที่ต้องการการบำรุงรักษาส่งเข้ามาได้แบบเรียลไทม์ แต่ยังสามารถเสนอความคิดเห็นก่อนการจัดซื้อผลิตภัณฑ์ได้อีกด้วย ฟังก์ชันนี้ช่วยแก้ปัญหาของแบบสำรวจที่เป็นการสื่อสารทางเดียวให้กลายเป็นการสื่อสารสองทาง ทำให้ฝ่าย HR สามารถจัดการได้แม้ในส่วนที่อาจไม่เคยนึกถึงมาก่อน นอกจากนี้ พนักงานยังรู้สึกได้ว่าความคิดเห็นของตนเองได้รับการยอมรับอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นประโยชน์ในการสร้างความไว้วางใจกับบริษัท
เจคอบ มอร์แกน (Jacob Morgan) ผู้เขียนหนังสือ The Employee Experience Advantage กล่าวว่า "ในโลกที่เงินไม่ใช่ปัจจัยกระตุ้นหลักของพนักงานอีกต่อไป การให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของพนักงานคือความได้เปรียบทางการแข่งขันที่มีแนวโน้มดีที่สุดที่องค์กรสามารถสร้างขึ้นได้" คำพูดนี้แสดงให้เห็นว่าการจัดการประสบการณ์พนักงานได้กลายเป็นองค์ประกอบที่จำเป็นสำหรับทุกองค์กรแล้ว ฝ่าย HR ต้องรวบรวมความคิดเห็นของพนักงานอย่างสม่ำเสมอผ่านแบบสำรวจ และนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์เพื่อระบุปัญหาภายในองค์กรและวางกลยุทธ์ในการปรับปรุง หากคุณกำลังมองหาวิธีปรับปรุงการรวบรวมความคิดเห็นหรือสนใจในการจัดการประสบการณ์พนักงาน ทำไมไม่ลองเลือก Walla เป็นเพื่อนร่วมเดินทางของคุณดูล่ะครับ?
✔️ บทความที่เกี่ยวข้อง
การจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ในประเทศไทย: ทำความเข้าใจกฎหมาย PDPA และแนวทางปฏิบัติของ Walla
PDPA ไทยยังสับสนอยู่ใช่ไหม? คู่มือสรุปใจความสำคัญที่ทุกธุรกิจต้องรู้
การตลาดผ่าน LINE Official Account (OA): คู่มือฉบับสมบูรณ์เพื่อการปฏิบัติตาม PDPA ของไทย
ตั้งแต่การจ้างงานจนถึงการลาออก: แนวทางปฏิบัติ PDPA ที่ทีม HR ในไทยต้องรู้
ตัวเลือกที่ดีที่สุดแทน Google Forms (ฟรี) ในไทย: สร้างฟอร์มที่สวยและฉลาดกว่า
ฟอร์มบิลเดอร์ที่เชื่อมต่อ API ได้: เชื่อม Walla เข้ากับเวิร์กโฟลว์ขององค์กร
Tally vs. Walla: บทวิเคราะห์เปรียบเทียบเครื่องมือสร้างฟอร์มที่สมบูรณ์แบบสำหรับธุรกิจ B2B และ B2C
Microsoft Forms vs. Walla: พันธมิตรด้านผลิตภาพ ปะทะ ผู้เชี่ยวชาญด้าน Data Intelligence
การสร้างแบบสำรวจที่สมบูรณ์แบบ: คู่มือการออกแบบแบบสำรวจเพื่อผลลัพธ์ที่ประสบความสำเร็จ
สิ่งที่ HR ต้องรู้: การจัดการประสบการณ์พนักงานและการใช้แบบสำรวจ
เคล็ดลับการปรับปรุงประสบการณ์ลูกค้า: สร้างลูกค้าประจำด้วยแบบสำรวจอย่างสม่ำเสมอ
คู่มือการ Onboarding พนักงานใหม่ที่มีประสิทธิภาพด้วยแบบสำรวจ
สร้าง Form Builder เฉพาะสำหรับบริษัทของคุณ: Walla On-Premise
แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมจากสวีเดน Polestar ออกแบบประสบการณ์ลูกค้าด้วย Walla
Olive Young Pop-up: เก็บข้อมูลลูกค้าได้ง่ายและชาญฉลาดด้วย Walla








